2.5 ล้านคน กดลบ ChatGPT ใน 1 สัปดาห์

ถ้าคุณเปิด Twitter/X ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 คุณจะเห็น hashtag เดียวที่ครองทุก feed:
#QuitGPT
ยอดถอนการติดตั้ง ChatGPT พุ่งขึ้น 295% ภายในวันเดียว จนร้านค้าแอปทั้ง App Store และ Google Play ต้องอัปเดทกราฟแบบ real-time
แต่ทำไม?
จุดเริ่มต้น: Anthropic ถูกบีบให้ยอม — แต่ไม่ยอม
ย้อนไป 24 กุมภาพันธ์ 2026 — รัฐมนตรีกลาโหม Pete Hegseth ยื่นคำขาดให้ CEO Anthropic (Dario Amodei): ยอมให้กองทัพใช้ Claude "for all lawful purposes" ภายใน 5 โมงเย็นวันศุกร์ที่ 27
Anthropic มีสัญญากับ Pentagon อยู่แล้ว $200 ล้าน ตั้งแต่กรกฎาคม 2025 แต่ยืนยัน 2 เงื่อนไข: ห้ามเฝ้าระวังมวลชน และ ห้ามอาวุธอัตโนมัติ
Pentagon ไม่ยอมรับเงื่อนไข Anthropic ก็ไม่ถอย
27 ก.พ. 2026 — Deadline ผ่าน
Anthropic ปฏิเสธ → Trump สั่งหน่วยงานรัฐหยุดใช้ Claude → Hegseth ตีตรา "supply-chain risk" → ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา OpenAI ประกาศ partnership กับ Pentagon ทันที
28 กุมภาพันธ์ — Sam Altman ประกาศจะ deploy ChatGPT ในเครือข่ายลับของ Pentagon ให้ใช้ "any lawful purpose"
OpenAI ตั้งชื่อบล็อกโพสต์ว่า "Our agreement with the Department of War" — ใช่ Trump เปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหมเป็น "Department of War" ตั้งแต่กันยายน 2025
ผลลัพธ์? ยอดลบ ChatGPT พุ่ง 295% ทันที Claude ขึ้น #1 App Store ภายในวันเสาร์ (จาก #42 ต้นปี → #6 พุธ → #4 พฤหัส → #1 เสาร์)
ตัวเลขที่บอกความจริง
| ตัวเลข | รายละเอียด | Source |
|---|---|---|
| 2.5 ล้านคน | ร่วมแคมเปญ #QuitGPT (ลบแอป + ยกเลิก subscription + pledge) | TechCrunch |
| 1.5 ล้าน | paid subscribers ที่หายไปในสัปดาห์แรก (~$30M+/เดือน) | TechCrunch |
| 295% | ยอดถอนการติดตั้ง ChatGPT พุ่งในวันเดียว (ปกติ 9%) | TechCrunch |
| #42 → #1 | Claude จาก #42 ต้นปี ขึ้น #1 App Store สหรัฐฯ ใน 3 วัน | 9to5Mac |
| 11.3M | Claude daily active users, sign-ups ทะลุ 1M+/วัน | Anthropic |
| $25M | Greg Brockman + ภรรยา บริจาค MAGA Inc. (¼ ของ $102M ที่ PAC ระดมได้) | FEC / The Decoder |
Greg Brockman กับเงิน $25 ล้าน
เอกสาร FEC เปิดเผยว่า Greg Brockman (ประธาน OpenAI) และภรรยา Anna บริจาค คนละ $12.5 ล้าน = รวม $25 ล้าน ให้ MAGA Inc. (super PAC หลักของ Trump) ช่วงกันยายน 2025
ตัวเลขนี้คิดเป็น เกือบ 1 ใน 4 ของเงินทั้งหมดที่ MAGA Inc. ระดมได้ในครึ่งปีหลัง 2025
Brockman อ้างว่าบริจาคเพื่อ "สนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมนวัตกรรมอเมริกา" — แต่ก็ตรงกับช่วงที่ Trump ออก executive order บล็อกรัฐต่างๆ จากการบังคับใช้กฎหมาย AI ของตัวเอง
คนดังร่วมกระแส — จาก Tech สู่ Hollywood
Mark Ruffalo (Hulk จาก Marvel) ออกมาเป็นหัวหอก:
"ChatGPT's President is Trump's biggest donor. Their tech powers ICE. It's time to boycott."
Kelly Rowland (Destiny's Child) และ Porsha Williams ร่วมกระแสด้วย ทำให้ #QuitGPT ลามจากวงการเทคไป mainstream
แม้แต่พนักงาน OpenAI เอง — Caitlin Kalinowski (หัวหน้าทีม robotics) ลาออกจาก OpenAI เพราะไม่เห็นด้วยกับดีล Pentagon (7 มี.ค. 2026) นักวิจัย 19 คนจาก OpenAI + 10 คนจาก Google DeepMind ยื่น amicus brief สนับสนุน Anthropic ในนามส่วนตัว
Sam Altman เองยอมรับว่าดีลนี้ "opportunistic and sloppy" — ไม่ควรรีบร้อนขนาดนั้น
Anthropic ถูกรัฐบาลตอบโต้
ผลกระทบที่ตามมา
หลังจาก Anthropic ปฏิเสธดีล Pentagon — กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตีตรา Anthropic เป็น "supply-chain risk" ซึ่งอาจทำให้ผู้รับเหมารัฐบาลทุกรายถูกห้ามใช้ Claude
Anthropic ตอบโต้ด้วยการฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ใน 2 ศาล — California และ D.C. Circuit (9 มี.ค. 2026) โดยอ้าง First Amendment ว่าถูกลงโทษเพราะแสดงจุดยืนด้าน AI policy
สิ่งที่น่าสนใจ: ก่อนหน้านี้ label "supply-chain risk" ถูกใช้กับบริษัทต่างชาติเท่านั้น (เคสเดียวคือ Acronis AG บริษัทสวิสที่มีความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย)
Microsoft ยื่น amicus brief สนับสนุน Anthropic — แม้จะเป็นคู่แข่ง Time Magazine ขึ้นปก: "The War for AI — Anthropic: The Most Disruptive Company in the World" (11 มี.ค. 2026)
และที่ ironic สุด — Claude ยังถูกใช้ในปฏิบัติการอิหร่านผ่าน Palantir อยู่ดี แม้จะถูก blacklist CEO Palantir (Alex Karp) ยืนยันเองว่า Claude ช่วยเลือกเป้าหมายกว่า 1,000 เป้าหมายในวันแรก
คนย้ายไปไหน?
ข้อมูลจาก SimilarWeb และ App Store rankings:
| แพลตฟอร์ม | สถานการณ์ |
|---|---|
| Claude | #1 App Store US, ดาวน์โหลดพุ่ง, enterprise coding share 54% |
| Gemini | รับผู้ใช้ใหม่จากกลุ่ม Google Workspace |
| Perplexity | ผู้ใช้เพิ่มจากกลุ่มที่ต้องการ AI search ทางเลือก |
| DeepSeek | ได้ส่วนแบ่งจากผู้ใช้ที่ต้องการ open-source |
SME ไทยได้บทเรียนอะไร?
1. เลือก AI Partner ไม่ใช่แค่เลือก "ตัวที่เก่ง"
ก่อนหน้านี้ เราเลือก AI จากเกณฑ์เดียว: performance
แต่ #QuitGPT สอนว่า ethics ของบริษัทที่สร้าง AI ก็สำคัญ
คิดแบบนี้: ถ้าคุณเลือก supplier วัตถุดิบ คุณก็ดูทั้งคุณภาพ ราคา และ ความน่าเชื่อถือ — AI ก็เหมือนกัน
2. ความเสี่ยงจาก Vendor Lock-in
ถ้าธุรกิจคุณพึ่ง ChatGPT 100% แล้ววันนึงคุณต้องย้าย — คุณพร้อมไหม?
สิ่งที่ควรทำ:
- ทดลองใช้ AI อย่างน้อย 2 ตัว (เช่น ChatGPT + Claude)
- อย่าเก็บ prompt/workflow ไว้ใน ChatGPT อย่างเดียว — เก็บสำเนาในระบบตัวเอง
- ทำ workflow ที่เปลี่ยน AI ได้ไม่ยาก
3. AI Ethics จะเป็นเรื่องของทุกคน
ไม่ใช่แค่ OpenAI กับ Anthropic — ในอนาคต SME ไทยที่ใช้ AI chatbot บน LINE OA ก็อาจต้องเปิดเผยว่า "คุณกำลังคุยกับ AI"
สหรัฐฯ เพิ่งผ่านกฎหมาย HB 1170 (12 มี.ค. 2026) บังคับให้ธุรกิจเปิดเผยเมื่อลูกค้าคุยกับ AI — ไทยอาจตามมา
DopeLab ใช้ Claude — นี่คือเหตุผล
ผมใช้ Claude Code บริหาร agency + ร้านอาหารมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026
ตอนเลือกไม่ได้คิดเรื่อง ethics เลย — เลือกเพราะ Claude Code ทำงาน dev ได้ดีกว่า จัดการ multi-client ได้ดีกว่า
แต่พอเกิด #QuitGPT ผมรู้สึกดีที่เลือกถูกฝั่ง
จุดยืน DopeLab
เราไม่ได้เลือก Claude เพราะ ethics อย่างเดียว — เลือกเพราะมันทำงานได้ดีจริง แต่การที่ Anthropic มีจุดยืนชัดเจน ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่าเลือกถูก
สรุป: โลก AI กำลังเปลี่ยน
#QuitGPT ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว — มันคือสัญญาณว่า ผู้ใช้ AI เริ่มสนใจว่า AI ถูกนำไปใช้ทำอะไร ไม่ใช่แค่ทำได้ดีแค่ไหน
สำหรับ SME ไทย:
- เลือก AI ที่ไว้ใจได้ — ดูทั้ง performance และจุดยืน
- อย่า lock-in — กระจายความเสี่ยง ใช้หลายตัว
- เตรียมตัวเรื่อง AI transparency — กฎหมายจะมาถึงไทยเร็วกว่าที่คิด
ติดตาม DopeLab สำหรับข่าว AI ที่วิเคราะห์ให้จากมุมมองคนใช้จริง ไม่ใช่แค่แปลข่าวฝรั่ง
แชร์ให้เพื่อนที่ยังใช้ ChatGPT อยู่ — ให้เขาตัดสินใจเอง





