กลับ
AI เขียนโฆษณา Facebook — จาก 2 ชั่วโมงเหลือ 15 นาที CTR เพิ่ม 20%
AI Workflow18 มีนาคม 25694 นาที

AI เขียนโฆษณา Facebook — จาก 2 ชั่วโมงเหลือ 15 นาที CTR เพิ่ม 20%

ทำ Facebook ad copy ให้ 5-6 แบรนด์พร้อมกัน — วิธีใช้ Claude Code เขียน 3 variations ใน 15 นาที พร้อม prompt จริงและวิธี A/B test ที่ได้ผล

Tor Supakit

Tor Supakit

AI × Digital Marketing Agency

ปัญหาที่ทุกคนทำ Facebook Ads เจอเหมือนกัน

AI เขียนโฆษณา Facebook — วิธีที่ได้ผลจริง
AI เขียนโฆษณา Facebook — วิธีที่ได้ผลจริง

ผมทำ Facebook ad copy ให้ลูกค้า 5-6 แบรนด์พร้อมกัน

แต่ละแบรนด์ต้องการ ad ต่างกัน — ร้านอาหาร, ร้าน vape, โรงแรม, สินค้า FMCG โทนเสียง audience วัตถุประสงค์ คนละเรื่องกันหมด

ปัญหาที่เจอทุกสัปดาห์:

Writer's block — เขียน headline ตัวแรกออกมา ดูเฉยๆ เขียนอีก ก็ยังเฉยๆ นั่งจ้องหน้าจอ 30 นาที ได้ draft แย่ๆ 1 ชิ้น

ต้องทดสอบหลาย angle — รู้ว่า A/B test สำคัญ แต่จะเขียน 3-5 variations ให้ครบ angle (fear, curiosity, social proof, urgency) ใช้เวลาเต็มๆ 2 ชั่วโมง

ลืม brand voice — พอรีบ ก็เขียนออกมาเสียง "กูเกิล" ไม่ใช่เสียงแบรนด์

หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Claude Code ช่วย ตัวเลขเปลี่ยนไปชัดเจน: 3 variations ใน 15 นาที และ CTR เฉลี่ยเพิ่ม 20% เพราะทดสอบ angle ได้มากขึ้นในเวลาน้อยลง


วิธีที่ผมทำจริง: Feed Brand Profile ก่อนทุกครั้ง

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ผลลัพธ์ดี: ไม่ได้แค่บอกว่าอยากได้ ad เกี่ยวกับอะไร

ก่อนเขียน ad ทุกชิ้น ผม feed ข้อมูล 3 ชุดนี้เข้าไปก่อน:

1. Brand Profile

แบรนด์: [ชื่อ]
ธุรกิจ: [ประเภท]
Target audience: [อายุ เพศ ไลฟ์สไตล์]
Brand voice: [เช่น fun/casual, premium/authoritative, friendly/warm]
สิ่งที่ห้ามพูด: [เช่น ห้ามพูดเรื่องราคาถูก, ห้ามใช้คำว่า "ดีที่สุด"]

2. Product/Offer ที่จะ promote

สินค้า/บริการ: [ชื่อ]
Benefit หลัก: [สิ่งที่ลูกค้าได้]
Pain point ที่แก้: [ปัญหาที่ลูกค้ามี]
Offer/CTA: [ส่วนลด, ของแถม, deadline]

3. Past Performance (ถ้ามี)

Ad ที่เคยทำได้ผลดีสุด: [copy ที่ผ่านมา]
CTR เฉลี่ย: [ตัวเลข]
Audience ที่ response ดีสุด: [segment]

พอ Claude มีข้อมูลครบ output ที่ได้จะ on-brand จริงๆ ไม่ต้องแก้ tone ทีหลัง


Prompt จริงที่ผมใช้

ผมต้องการ Facebook ad copy 3 variations สำหรับ [แบรนด์]

Brand info:
[วาง brand profile ที่เตรียมไว้]

Product:
[วาง product info]

ให้เขียน 3 variations โดยใช้ angle ต่างกัน:
- Variation A: Pain + Solution (เน้นปัญหาที่ลูกค้าเจออยู่)
- Variation B: Social Proof (เน้นว่าคนอื่นใช้แล้วได้ผลอะไร)
- Variation C: Urgency/Scarcity (เน้น deadline หรือจำนวนจำกัด)

แต่ละ variation ต้องมี:
- Headline (ไม่เกิน 40 ตัวอักษร)
- Primary text (ไม่เกิน 125 ตัวอักษร)
- Description (ไม่เกิน 30 ตัวอักษร)
- CTA button: [ตัวเลือก เช่น Shop Now, Learn More, Contact Us]

เขียนเสียง [brand voice] ไม่เป็นทางการมาก ใช้ภาษาที่ [audience] เข้าใจได้เลย

ตัวอย่าง Output จริง

ผมทำ ad ให้ร้านอาหารลูกค้าคนหนึ่ง ได้ 3 variations แบบนี้:

Variation A — Pain + Solution

Headline: "หิวดึกแต่ไม่อยากทำกับข้าว?" Primary text: เนื้อย่างหอม ซอสพิเศษ สั่งได้ถึงทุ่มครึ่ง Delivery ถึงบ้านใน 30 นาที CTA: Order Now

Variation B — Social Proof

Headline: "4,200 รีวิว ⭐ 4.9 — กินแล้วต้องกลับมา" Primary text: ลูกค้าบอกว่าเนื้อนุ่มที่สุดที่เคยกิน ลองดูว่าทำไมถึงว่า CTA: See Reviews

Variation C — Urgency

Headline: "วันนี้วันสุดท้าย — ฟรีข้าวสวย 1 ถ้วย" Primary text: สั่ง Delivery ตอนนี้รับข้าวสวยฟรี ไม่ต้องใช้โค้ด ออเดอร์วันนี้เท่านั้น CTA: Order Now

ใช้เวลาทั้งหมด: 15 นาที รวมเวลาเตรียม brief และอ่าน output


เทคนิค A/B Test ที่ทำให้ CTR เพิ่ม

การมี 3 variations ทำให้ A/B test ได้จริง ซึ่งคือเหตุผลหลักที่ CTR เพิ่ม 20%

วิธีที่ผมใช้กับลูกค้า:

Week 1: ยิง 3 variations พร้อมกัน budget เท่ากัน วัด CTR + CPC ทุก 3 วัน

Week 2: หยุด variation ที่แย่สุด เพิ่ม budget ให้ตัวที่ดีสุด

Week 3: เอา headline จาก winner + body จาก runner-up มาผสมกัน → เขียน variation ใหม่ด้วย Claude

วนซ้ำ ทุก 2 สัปดาห์มี variations ใหม่จาก insight ที่ได้จากตัวเลขจริง

ก่อนหน้านี้: เขียน 1 version → ยิงไป → ผลออกมาดีบ้างแย่บ้าง ไม่รู้ว่าจะแก้ตรงไหน

หลังใช้วิธีนี้: มีข้อมูลชัดเจนว่า angle ไหนได้ผลกับ audience นี้


ข้อควรระวัง — สิ่งที่ AI ทำให้ไม่ได้

ต้องพูดตรงๆ ว่า Claude ไม่ใช่ silver bullet:

1. ไม่รู้ trend ปัจจุบัน — ถ้า meme หรือกระแสไหนกำลังฮิตอยู่ AI อาจไม่รู้ ต้องบอกเอง

2. ไม่รู้ audience intimately เท่าคุณ — คุณคุยกับลูกค้าจริง รู้ว่าเขาพูดอะไร ใช้ภาษาแบบไหน feed ข้อมูลนี้ให้ AI ด้วย

3. ต้อง cross-check ก่อนยิงจริง — ผมบังคับตัวเองว่าทุก ad ที่ผ่าน AI ต้องให้ลูกค้า approve ก่อน ไม่ใช่เอาไป boost เลย ความผิดพลาดเล็กน้อยในภาษาอาจส่งผลใหญ่กับ brand perception

4. Claim ที่ต้องระวัง — ถ้าแบรนด์มีข้อจำกัดเรื่อง claim (เช่น ธุรกิจสุขภาพ ยา หรือ financial) ต้องเช็คกฎ Facebook และกฎหมายของประเภทธุรกิจนั้นเอง AI ไม่รู้กฎเฉพาะทาง


สรุป: 15 นาทีแทน 2 ชั่วโมง

สิ่งที่เปลี่ยนคือ volume ของการทดสอบ

เมื่อก่อนผมมีเวลาเขียน 1-2 versions/แบรนด์/สัปดาห์ ตอนนี้ทำได้ 3+ versions ในเวลาน้อยกว่าเดิม 8 เท่า

ผลคือ ข้อมูล A/B test เพิ่มขึ้น → รู้ว่า angle ไหนได้ผล → CTR ดีขึ้น → ลูกค้าเห็นผล → ต่อสัญญา

ไม่ใช่ "AI เขียนดีกว่าคน" แต่ "AI ช่วยให้ทดสอบได้มากกว่า" — และใน Facebook Ads ยิ่งทดสอบมาก ยิ่งเก่งขึ้น


ติดตาม DopeLab — เอา AI มาใช้กับงาน agency จริงๆ ไม่ใช่แค่ demo

facebook-adsad-copyclaude-codecopywritingA/B-testai-workflowagency
แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

100 ชั่วโมงกับ Claude Code — 10 เรื่องที่เรียนรู้จากการใช้จริงทุกวันAI Workflow
18 มีนาคม 2569

100 ชั่วโมงกับ Claude Code — 10 เรื่องที่เรียนรู้จากการใช้จริงทุกวัน

เจ้าของ agency + ร้านอาหาร ใช้ Claude Code ทุกวันมา 2 เดือน+ ผ่าน 50+ sessions จัดการ 6 ลูกค้า สร้าง 17 Skills เชื่อม 14 MCP — 10 บทเรียนที่ไม่มีในคู่มือ

6 นาที
11 AI ทำงานพร้อมกัน — Agent Teams ที่ทำงาน 3 วัน เสร็จใน 2 ชั่วโมงAI Workflow
4 มีนาคม 2569

11 AI ทำงานพร้อมกัน — Agent Teams ที่ทำงาน 3 วัน เสร็จใน 2 ชั่วโมง

ใช้ Claude Code Agent Teams สั่ง 11 AI instances ทำงานพร้อมกัน — Strategy, Content, Media, Data, Design — คุยกันเอง แบ่งงานเอง เราแค่ approve

3 นาที
วิเคราะห์คู่แข่งฟรี ด้วย NotebookLM — พบ 12 รายการที่เราแพ้ราคาจริงAI Workflow
18 มีนาคม 2569

วิเคราะห์คู่แข่งฟรี ด้วย NotebookLM — พบ 12 รายการที่เราแพ้ราคาจริง

ผมใช้ NotebookLM วิเคราะห์คู่แข่ง E-commerce จริง — feed 20 sources เข้า NLM วิเคราะห์ 50+ สินค้า พบราคาถูกกว่าเรา 12 รายการ ได้ 3 insights ที่เปลี่ยน strategy ทันที

6 นาที